บทนำ
เขาไม่ไยดี ออกจะเกลียดขี้หน้า แต่เธอกลับรักหมดใจ และเพราะอยากเป็นที่รัก ปานระพีจึงสละไตข้างหนึ่งให้มหรรณพ สามีจอมเย็นชาผู้ไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา แต่ผลของการทำความดีกลับทำให้เธอกลายเป็นที่ชัง หนำซ้ำเขายังขอหย่า เพื่อจะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่เข้ามาชุบมือเปิบประกาศกร้าวว่าเป็นคนสละไตให้เขา หากทว่าเธอยังคงกล้ำกลืนฝืนทนกอดทะเบียนสมรสด้วยเหตุผลบางประการ กระทั่งเกิดเหตุสลด ปานระพีกลายเป็นคนตาบอดในชั่วข้ามคืน ชีวิตของคุณหมอสาวพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ มืดมน สิ้นหวัง และโดดเดี่ยวในโลกอีกใบที่ไม่เคยรู้จัก ที่สุดเธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่า เพื่อที่จะได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
บท 1
หลังจากหลบลี้หนีหน้าไปกว่าสามเดือน วันนี้ปานระพีก็ได้กลับมาเหยียบบ้านที่เธอใช้ซุกหัวนอนมาหลายปี ในสภาพที่ยังคงมองไม่เห็น แต่มาถึงที่นี่ได้เพราะได้รับการช่วยเหลือจากปิยฉัตรและสามีของอีกฝ่าย ที่มาวันนี้ไม่ใช่ว่าจะกลับมาอยู่ หากแต่เธอกลับมาสะสางบางเรื่องแบบไม่ให้ใครรู้ เพื่อที่จะจากไปอย่างเงียบๆ
คล้อยหลังปิยฉัตรที่ประคองเธอขึ้นมายังห้องหนังสือบนชั้นสองของเรือนไม้หลังเล็ก ร่างที่เคยอวบอัดแต่มาบัดนี้กลับผ่ายผอมก็ค่อยๆ คลำทางไปตามชั้นวางหนังสือที่ทำจากไม้ขัดเงาซึ่งมีระดับสูงท่วมหัว ขณะนับในใจว่าไปถึงช่องไหนแล้ว ก่อนจะหยุดลงตรงช่องที่เก้า ยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ถอนหายใจหนักๆ แล้วเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มหนา ที่ต้องควานหาขนาดนั้นเพราะเธอซุกซ่อนบางอย่างเอาไว้ข้างในหนังสือเล่มนั้น
แอ๊ด!!!
เสียงแง้มประตูทำให้คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์สะดุ้งเล็กน้อย คุณหมอสาวที่มิอาจรักษาใครได้อีกกะพริบตา อย่างเรียกสติ ก่อนจะเปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาออกมา
“มาแล้วเหรอคะคุณยุทธนา”
ครั้นเอ่ยออกไปแล้วอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ว่ากระไรคิ้วเรียวเหนือนัยน์ตาโศกก็ขมวดเล็กน้อย เงี่ยหูฟังจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ก้าวมาหยุดลงตรงหน้า ท่ามกลางชั้นหนังสือสองข้างขนาบกัน
“เอ่อ…หมอปี่คงบอกแล้วใช่ไหมคะ ว่าฉันอยากขอให้คุณช่วยส่งใบหย่าไปให้สามีฉัน”
พอเอ่ยออกไปอีกหนึ่งคำรบแล้วอีกฝ่ายก็ยังนิ่งเงียบ ทำให้คนที่มองไม่เห็นนึกกระวนกระวายใจ ทันใดนั้นเธอก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วเขาก็ผวาตามมาคว้าข้อมือเรียว เพราะกลัวว่าเธอจะเสียหลักจนได้รับบาดเจ็บ
“ตาของคุณบอดเหรอ!?”
น้ำเสียงติดจะสะท้านทำให้ปานระพีทำหน้าฉงน ขณะบิดข้อมือของตัวเองออกจากอุ้งมืออุ่นอย่างละมุนละม่อม เสียงของคนที่ยังไม่เคยได้เจอหน้าค่าตา ไม่รู้จัก และเพิ่งได้พบปะเป็นครั้งแรก ช่างคุ้นหูอย่างน่าประหลาด แต่เธอคงหูฝาด หรือไม่ก็ฟังผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากหูชั้นกลางอักเสบ อันเนื่องมาจากการเป็นไข้หวัดและติดเชื้อเมื่อสองอาทิตย์ก่อน อาการลุกลามจนเกือบจะเป็นหูน้ำหนวก ดีหน่อยที่ไปหาหมอได้ทันท่วงที แต่ก็ทำให้เธอมีปัญหาในเรื่องการได้ยิน คือหูอื้อเหมือนคนเป็นหวัดตลอดเวลา ถึงแม้จะไปรักษากับหมอเฉพาะทาง แต่ก็ยังไม่หายเป็นปกติ การได้ยินของเธอยังคงบกพร่อง ฟังขาดๆ หายๆ และผิดเพี้ยนจนน่าหงุดหงิด คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
คิดได้ดังนั้นปานระพีก็ฝืนยิ้ม แล้วเอ่ยตอบเสียงผาดแผ่วชวนเวทนา
“ค่ะ ตาของฉันบอดสนิททั้งสองข้าง ฉันทำเรื่องขอรับบริจาคดวงตาจากสภากาชาดไทยไว้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ เพราะมีคนบริจาคดวงตาน้อยมาก บางรายต้องรอคิวสามถึงสี่ปี”
ท้ายประโยคเธอเอ่ยอย่างเศร้าๆ แล้วยื่นกระดาษในมือส่งให้อีกฝ่าย ทว่าเขากลับไม่รับมันไป แล้วเธอก็เดาเอาแบบส่งๆ ว่าอีกฝ่ายคงอึ้งเพราะอาจเห็นข้อความตรงหัวกระดาษเข้า
“คุณคงสงสัยใช่ไหมคะ ว่าคนตาบอดเซ็นใบหย่าได้ยังไง” เธอเปรยเรียบเรื่อย แล้วเอ่ยต่อ “ที่จริงฉันเซ็นมันไว้นานแล้วค่ะ เซ็นตามคำสั่งของสามี แต่ใจไม่กล้าพอที่จะไปจากเขา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขารังเกียจ เขาไม่ต้องการเมียที่ได้มาเพราะการคลุมถุงชนของผู้ใหญ่ แต่ในที่สุดฉันก็กล้าแล้วค่ะ”
เอ่ยมาถึงจุดนี้ปานระพีก็น้ำตาไหลพราก เม้มปากสั่นระริกกลั้นก้อนสะอื้น ชั่วอึดใจถึงได้เอ่ยต่อ
“ตาที่บอดทำให้ฉันมีความกล้า เพราะชั่งใจแล้วว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้เมียตาบอดไว้เป็นภาระ อีกอย่างก็ได้ยินข่าวด้วยแหละ ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก ฉะนั้นคนที่เขาเกลียดเข้าไส้อย่างฉันก็ควรจะไปตามทางของตัวเองเสียที หากไม่มีฉันแล้วชีวิตเขาคงมีความสุข”
“…”
“คุณจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคะ หรือว่านึกสงสารผู้หญิงอาภัพอย่างฉัน”
“…”
ครั้นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบเธอก็เอ่ยต่อ
“อย่าสงสาร เวทนา หรือรู้สึกอะไร กับสภาพตาบอดของฉันเลยค่ะ เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตอย่างใหญ่หลวง แม้ว่ามันจะยังไม่ชิน อึดอัด และหงุดหงิดที่มองอะไรไม่เห็นดังเดิม แต่ฉันก็เชื่อว่าสักวันตัวเองจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้อย่างไม่เป็นทุกข์ และก็อาจจะถึงสุขทั้งที่อยู่ในโลกมืด”
“คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหน”
อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยตัดบทเสียดื้อๆ ซึ่งเธอก็เดาเอาว่าเขาคงเบื่อที่จะเสวนากับคนตาบอด ก็แหงล่ะ ตั้งแต่เจอหน้ากันเธอก็เหมือนคนบ้าเพราะพูดอยู่ฝ่ายเดียว นานๆ ทีเขาถึงจะตอบโต้คืนบ้าง
“สนามบินสุวรรณภูมิค่ะ”
“คุณกำลังจะไปต่างประเทศงั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ฉันบินไฟล์ทหนึ่งทุ่ม แต่คุณไปส่งฉันตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ค่ะ เผื่อว่าคุณมีธุระต้องไปทำต่อ”
หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยท่าทีเกรงใจ ก่อนจะผวาเฮือก เมื่อมือของอีกฝ่ายแตะลงตรงหัวไหล่ แล้วโอบประคองพาเดินออกมาจากซอกของชั้นหนังสือสูงท่วมหัว
“คุณจะไปประเทศไหน”
ชายหนุ่มเอ่ยคล้ายชวนคุย ขณะพาเธอเดินออกมาจากห้องหนังสือ เสียงปิดประตูแผ่วเบาทำให้ปานระพีแน่ใจว่าตัวเองพ้นจากห้องหนังสือแล้วจริงๆ
“อเมริกาค่ะ ฉันทำเรื่องและส่งใบสมัครขอรับสุนัขนำทางไว้” ปานระพีเอ่ยตอบและบอกจุดประสงค์สั้นๆ แล้วก็ต้องหลุดอุทานออกมา เมื่ออยู่ๆ อีกฝ่ายก็ช้อนร่างของเธอขึ้นอุ้มเสียดื้อๆ
“เอ่อ…ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ ฉันแค่อยากขอให้คุณช่วยเอาใบหย่าไปให้สามีฉัน แต่ไม่อยากจะเป็นภาระของคุณ เพราะแค่ข้อร้องให้หมอปี่ไหว้วานให้คุณช่วยเป็นธุระให้ก็เกรงใจจะแย่”
“ฮื่อ…อย่าเกรงใจไปเลยน่า ต่อไปนี้ผมจะคอยเป็นดวงตาให้คุณเอง”
“คุณจะเป็นดวงตาให้ฉัน?”
“ช่ายยยย…”
“คะ…คุณ ไม่ใช่คุณยุทธนา!”
คราวนี้คนที่ตกอยู่ในโลกมืดเอ่ยเสียงสะท้าน ตัวสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น และเสียงหัวเราะกลั้วลำคอที่ดังแว่วเข้าหูนั้นก็ทำให้เธอตัวแข็งทื่อ
“นั่นก็ใช่อีกแหละทูนหัว”
“แล้วคุณเป็นใคร?”
“ผม…มหรรณพ นิธิธาดา สามีของคุณยังไงล่ะ”
วาจาที่ได้สดับตรับฟังทำให้หญิงสาวเบิกตาค้าง แล้วดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการแกร่ง ทว่าการมองไม่เห็นอะไรกลับเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงจนน่าใจหาย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายอุ้มเธอไปยังที่ใด กระทั่งแผ่นหลังบางแตะกับพื้นเตียงนุ่ม ร่างระหงถึงได้ทะลึ่งพรวดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายไปเสียแล้ว
บทล่าสุด
#124 บทที่ 124 ตอนสุดพิเศษ ปาฏิหาริย์รัก (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#123 บทที่ 123 ตอนพิเศษใส่ไข่ ขี้ยั่ว (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#122 บทที่ 122 ตอนพิเศษใส่ไข่ ขี้ยั่ว (70%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#121 บทที่ 121 ตอนพิเศษใส่ไข่ ขี้ยั่ว (30%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#120 บทที่ 120 ตอนแสนพิเศษ (พีคในพีค) โอ้เบบี๋!!! (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#119 บทที่ 119 ตอนพิเศษ ลูกชาย…อยากมีเมีย (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#118 บทที่ 118 บทส่งท้าย แค่มีเรา (100%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#117 บทที่ 117 บทส่งท้าย แค่มีเรา (70%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#116 บทที่ 116 บทส่งท้าย แค่มีเรา (30%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025#115 บทที่ 115 แด่เธอผู้เป็นที่รัก (125%)
อัปเดตล่าสุด: 10/2/2025
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เสน่หาเลขาของมาเฟีย
นักรบ & จอมใจ
เขา…เหมือนกับคนที่มีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา
เธอ…เด็กสาวที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิต
“ช่วยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปเถอะค่ะท่านประธาน ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกันนะคะ”
อยู่ดีๆ วันหนึ่งเธอก็ดันไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับท่านประธานหน้านิ่งสุดแสนจะเย็นชาที่ทำตัวไม่สนโลกอยู่ตลอดเวลาที่เธอทำงานด้วยมาตลอดระยะเวลาสองปี













